น้ำตกพีวีซี โป่งน้ำร้อนขวดเบียร์ กับเมืองปายที่ถูกกระทำชำเรา
posted on 24 Jun 2008 11:36 by lumpbook in non-fictionby. กุ๊บ
น้ำตกพีวีซี โป่งน้ำร้อนขวดเบียร์ กับเมืองปายที่ถูกกระทำชำเรา
คำถามที่ปรากฏอยู่ในหัวสมองของผม
พลันที่ผมนั่งรอข้าวเย็นบนโต๊ะที่นั่งรวมกันกับนักท่องเที่ยวคนอื่นในร้านอาหารใจกลางอำเภอปาย
บนความแออัดของนักท่องเที่ยวช่วงเทศกาลปลายฤดูหนาว สมองซีกซ้ายถามสมองซีกขวา
ผ่านการมาเที่ยวเมืองปายครั้งแรก...เรามาปายเพื่ออะไร
ดูเหมือนจะได้ยินกังวานในสมองของผม,
เพื่อนจากกรุงเทพฯคนหนึ่ง
ให้เหตุผลว่าเมืองปายมีบรรยากาศแห่งความสงบสุข ร่มรื่น
คลุกเคล้าไปกับอณูของความเป็นศิลปะ ที่เมืองใหญ่ ๆ ไม่มี และนั่นเป็นสาเหตุที่เพื่อนคนนี้เดินทางมาหลายร้อยกิโลจากกรุงเทพ
เพื่อนั่งจิบกาแฟคลอไปกับวิวหุบเขาและทุ่งนา รอเวลาเย็นย่ำไปเดินถนนคนเดิน ก่อนจะไปนั่งชิลล์เอาท์ที่ผับดนตรีบลูส์
นอนหลับเพื่อตื่นขึ้นมาดื่มด่ำกับบรรยากาศริมแม่น้ำปาย
ถูก...ผมมองเมืองปายด้วยสายตาเดียวกับเพื่อนคนนั้น แต่ต่างกันที่ตรงสายตาของผมก็มองอำเภอเล็กๆ อีกหลายอำเภอในภาคเหนือที่มีทุ่งนา หุบเขา และอากาศหนาว เฉกเช่นเดียวกับอำเภอปาย แต่ต่างกันตรงที่อำเภอเหล่านั้นไม่มีเกสต์เฮาส์ ร้านกาแฟเก๋ๆ ร้านขายของที่ระลึก สาธารณูปโภคต่างๆ นานา และชุมชนชาวต่างชาติกับบรรยากาศสุดแสนโรแมนติก
ฝรั่งมองเมืองปายผ่านกิจกรรมทางธรรมชาติ และความสงบที่แปลกแยกจากเชียงใหม่ นั่นเป็นสาเหตุให้เมืองปายโด่งดังช่วงสิบปีมานี้
คนไทยกลุ่มหนึ่งมองเมืองปายผ่านความเจริญอย่างมีสุนทรียะ และรู้สึกถึงอารมณ์โรแมนติกกลางหุบเขา จึงสร้างความเจริญซ้อนทับอีกครั้ง หวังทำกำไรทางธุรกิจ
คนไทย อีกกลุ่มใหญ่หลงใหลความรื่นรมย์ของความเจริญที่ซ้อนทับ ทำให้เมืองปายเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวาง ตามมาด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกที่มารองรับแบบมหึมา
ปายในตอนนี้งดงามและมีเสน่ห์ด้วยวัตถุ แต่แหล่งธรรมชาติกลับตรงกันข้าม
ธรรมชาติคือความงามแรกเริ่มของอำเภอปาย แต่ขวดเบียร์ ถุงขนม และความมักง่ายของนักท่องเที่ยว คือผลมาจากความเจริญซ้อนทับรึไม่...ผมไม่อาจยืนยันได้
“แม่ง มันเอาเบียร์ไปกินกับไข่ต้มหรือไงว่ะ” เพื่อนจากกรุงเทพฯ ก่นด่าความว่างเปล่าของสิ่งมีชีวิต ที่เหลือเพียงขวดเบียร์เปล่าๆ นอนกองอยู่ข้างบ่อน้ำร้อนแห่งหนึ่งไม่ไกลจากตัวอำเภอ สถานที่ท่องเที่ยวแห่งแรกที่เรามาเยือนเมื่อตอนกลางวัน
“เจ้าหน้าที่เขาปล่อยให้คนเอามากินได้ไงว่ะ” เพื่อนอีกคนสำทับ ก่อนที่บทสนทนาจะรุกลามไปถึง การเหน็บแนมเจ้าหน้าที่โดยการกล่าวหา (ในวงเพื่อน) ว่าเขาเป็นคนดื่มเบียร์เสียเอง ผมกับเพื่อนก็มาโผล่ที่น้ำตกยอดนิยมในหมู่นักท่องเที่ยวแห่งหนึ่งของอำเภอ น้ำตกมีความสะอาดน่าลงเล่น เนื่องจากเป็นน้ำที่รองรับน้ำชั้นต้นจากแหล่งน้ำแหล่งใหญ่ ซึ่งเป็นแหล่งน้ำแหล่งเดียวกับที่ชาวบ้านละแวกนี้ใช้
ในความยอดนิยมของนักท่องเที่ยว มีความหมายเดียวกันกับสาธารณูปโภคยอดนิยมของชาวบ้านเช่นกัน
ตลอดสองข้างทางเนินดินที่นำขึ้นไปบนแอ่งน้ำของน้ำตก
ผมจำไม่ได้ว่าต้องเดินข้ามท่อส่งน้ำพีวีซีสีฟ้าลำเขื่องกี่ครั้ง
และอีกกี่หนที่ต้องก้มหลบท่อน้ำที่พาดระหว่างกิ่งต้นไม้กับโขดหิน
ความระเกะระกะเคอะเขินของมันดูคล้ายไซต์ก่อสร้างข้างธารน้ำตกที่ยังไม่เสร็จดี ขณะที่สีเอิร์ทโทนของธรรมชาติก็ถูกขโมยซีนด้วยสีฟ้าสดของท่อน้ำพีวีซี
ไม่ใช่คำถามที่ว่าทำไมผู้รับผิดชอบ
(ทางราชการ) ถึงต้องจัดสรรสาธารณูปโภคแก่ชาวบ้าน
ด้วยการเบียดเบียนความงามทางธรรมชาติอย่างไร้รสนิยมถึงเพียงนี้ แต่เป็นความกังขาของผมข้อหนึ่งที่ว่าทำไมชาวบ้านละแวกนี้ ถึงขาดแคลนน้ำถึงกับต้องต่อท่อพีวีซีโดยตรงเข้ากับน้ำตกแห่งนี้
เจ้าของรถเข็นไอศกรีมบริเวณที่จอดรถของน้ำตกบอกกับผมว่า ท่อพีวีซีนั่นเพิ่งจะมีคนมาสร้างได้ไม่นาน เพราะน้ำประปาถูกดึงไปใช้ในตัวอำเภอเสียเกือบหมด หน้าตาของน้ำตกที่ได้รับความนิยมที่สุดของอำเภอปายจึงออกมาในรูปแบบที่เห็น
ผมไม่ได้ยืนยันว่าคำพูดของคนขายไอศกรีมผู้นั้นจะใช้อ้างอิงเพื่อยกระดับความน่าเชื่อถือ และความเป็นทางการของความคิดผมแต่อย่างใด หากแต่สายตาของผมก็ยังคงจับจ้องอยู่เหนือความเจริญอันซ้อนทับ ที่รังสรรค์โดยกลุ่มนายทุนผู้หวังจะทำกำไรจากการท่องเที่ยว แม้จะไร้ซึ่งหลักฐานรูปธรรมยืนยันว่าท่อพีวีซี และขวดเบียร์ริมโป่งน้ำร้อนคือผลิตผลจากความเจริญอันนั้นก็ตาม แต่ผมก็เห็นว่าเมืองปายที่น่ารักแห่งนี้ ใกล้จะเหมือนอำเภอหัวหินในปัจจุบันขณะ ที่แต่ก่อนเคยงดงาม หาดทรายสวย ทะเลยังสาว ในสมัยปู่ของเราคลั่งไคล้เจมส์ ดีน และก็ไม่ต่างอะไรจากสภาพที่เป็นอยู่ของตลาดน้ำอัมพวาในยุคที่โฮมสเตย์มีสถานะเดียวกับบาร์เหล้าโต้รุ่ง การท่องเที่ยวคือธุรกิจ และธุรกิจสร้างความสะดวกสบาย..
ก่อนการมาเยือนเมืองปายได้สองอาทิตย์ แฟนของผมได้มีโอกาสนั่งรถไฟหวานเย็นจากเชียงใหม่ลงอุตรดิตถ์ ภูมิทัศน์ที่ริมหน้าต่างทางรถไฟ ตลอดเส้นทางตั้งแต่จังหวัดเชียงใหม่ไปถึงจังหวัดแพร่เธอได้เห็นทุ่งนา หุบเขา ลำธาร และ ป่าไม้ในบรรยากาศสุขสงบ ไม่ต่างจากที่เธอและผมได้มาเห็นที่เมืองปายในเวลานี้ ต่างกันตรงที่ความสมดุลและความสมบูรณ์ของสีเขียวธรรมชาติ - เมืองปายดูเหมือนกำลังซีดจาง
หลังจากมื้ออาหารค่ำ ในร้านอันแสนแออัด - ผมเดินอยู่บนถนนคนเดินที่มีสินค้าจำหน่ายคล้ายกับถนนราชดำเนินของเชียงใหม่ ต่างกันที่ปายมีโปสการ์ดสติกเกอร์ติดรถ และเสื้อยืดที่บ่งบอกว่าเป็นของที่ระลึกเฉพาะถิ่นของที่นี่ นักท่องเที่ยวคนหนึ่งซื้อเสื้อยืดที่มีสกรีนคำว่าไอเลิฟปาย ไอ้เพื่อนผู้ก่นด่าขวดเบียร์เมื่อกลางวันสอบถามราคาเสื้อยืดตัวนั้นจากคนขาย ก่อนที่มันจะบ่นเสียดายเงินและปฏิเสธการต่อรองราคา
“ดีแล้วที่มันไม่ซื้อมา” ผมคิดในใจ เพราะถ้าเพื่อนผมมันใส่เสื้อตัวนั้น ผมคงมองว่ามันคงเป็นคนโกหก ขณะที่ปากมันก่นด่าความมักง่ายของใครบางคนที่ลืม (หรือจงใจลืม) เก็บขวดเบียร์ ตรงโป่งน้ำร้อนเมื่อกลางวัน ไอ้เพื่อนของผมมันก็ไม่ได้เก็บขวดเบียร์เปล่าเหล่านั้นไปทิ้งด้วยเช่นกัน
“ด่าเขาแล้วทำไมไม่เก็บเองล่ะ” เพื่อนอีกคนถามไอ้เพื่อนคนนั้น ขณะที่เธอก้มเก็บขวดเบียร์แล้วมองหาถังขยะ
“เก็บไปทำไมว่ะ เราไม่ได้เป็นคนทิ้ง เดี๋ยวเจ้าหน้าที่ก็มาเก็บเองแหละ” เพื่อนคนนั้นตอบ
ธุรกิจสร้างความสะดวกสบาย แต่ความสะดวกสบายก็ชักพาเอาความหลากหลายทางแนวคิดและพฤติกรรมมาด้วยเช่นกัน เพื่อนผมมันอาจจะถูกที่ว่ามันไม่ได้เป็นคนทำ จึงไม่ใช่หน้าที่ของมันที่ต้องเก็บ นายทุนเจ้าของธุรกิจในอำเภอปายก็ไม่ใช่คนดื่มเบียร์ขวดนั้นแล้วไยจะต้องเก็บ...
อย่างลางๆ
ผมเริ่มมองเห็นห้วงเวลาในอนาคต ในความเป็น “เมือง” ของอำเภอปาย
ไม่ต่างจากความเป็น “เมือง” ของจังหวัดเชียงใหม่
แล้วธรรมชาติสองข้างทางรถไฟในอีกกี่อำเภออื่นๆ
ของภาคเหนือ
ที่แห่งใดจะเป็นรายต่อไป



#1 By V@R on 2008-06-24 11:43